บาคาร่ามือถือ เรียงหน้าซัด! บาร์ซาบุกถล่มกรานาด้าสิบคน 4-1

บาคาร่ามือถือ

อาซูลกรานายังคงเก็บ 3 แต้มไล่กดดันโลส บลังโกสต่อไป หลังบุกชนะทีมรองบ๊วยที่เหลือผู้เล่นสิบคนได้ถึงถิ่น

บาคาร่ามือถือ ฟุตบอลลาลีก้า คู่สุดท้ายของวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2017 ที่เอสตาดิโอ นูเอโบ้ ลอส การ์เมเนส กรานาด้า รองอันดับสุดท้ายของตาราง รับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง บาร์เซโลนา

เจ้าถิ่นของกุนซือปาโก้ เฆเมซ เพิ่งพาทีมไร้ชัยชนะ 3 นัดติดต่อกัน จัดเกมมาในระบบ 5-4-1 มีกิเยร์โม โอชัว เฝ้าเสา แผงหลังนำมาโดย ดาวิด ลอมบาน, กาสตอน ซิลวา และดิมิทรี ฟัลกีเยร์ กองกลางมี อันเดรส เปเรรา, อูเช อัคโบ, วิคตอร์เรียน อัคบาน และมูบารัค วากาโซ โดยมีอาร์เต็ม คราเว็ตส์ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า

ฟากอาซูลกรานาของกุนซือหลุยส์ เอ็นริเก้ ตัดสินใจไม่ใส่ชื่อของ เคราร์ด ปีเก้ ลงสนาม หลังลงเล่นให้ทีมชาติสเปนทั้งสองเกม อีกทั้งยังไม่มี ลีโอเนล เมสซี ติดโทษแบนในเกมนี้หลังได้รับใบเหลืองครบ 5 ใบ นอกนั้นแกนหลักในระบบ 4-3-3 อย่างฆอร์ดี้ อัลบา, ฮาเวียร์ มาสเคราโน, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ พร้อมลงสนามครบครัน โดยเกมนี้ 3 ประสานแนวรุกเป็นเนย์มาร์, หลุยส์ ซัวเรซ และราฟินญา อัลคานทารา

เริ่มเกมได้เพียง 17 นาที รองจ่าฝูงลาลีก้ามีอันต้องพบกับข่าวร้าย เมื่อราฟินญาได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับคู่แข่งจนไม่สามารถเล่นต่อได้ ทำให้เอ็นริเก้ตัดสินใจส่งปาโก้ อัลกาเซร์ ลงเล่นแทน

บาร์ซาเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 25 เมื่อเนย์มาร์ลากบอลเข้าเขตโทษบริเวณฝั่งซ้ายและปาดเข้าในมาให้ซัวเรซซัดบอลกะให้ย้อยข้ามศีรษะโอชัว ทว่ากลับไปชนคานอย่างจัง และแม้เนย์มาร์จะมาตามซ้ำทว่าผู้ตัดสินมองว่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว

จากนั้นอีก 1 นาทีถัดมาหัวหอกอุรุกวัยยังมีโอกาสซัดอีก 2 ครั้ง โดยจังหวะแรกยิงไปติดมือโอชัวที่ซูเปอร์เซฟได้หวุดหวิด และแม้ลูกจะมาเข้าทางอัลกาเซร์ได้จ่ายคืนให้ซัวเรซได้ยิงกะยัดเสาแรก แต่จอมหนึบเม็กซิกันยังโชว์เซฟได้อีกหน

บาคาร่ามือถือ ราชันชวดชัยบุกเจ๊าลีเกียสุดมัน 3-3

บาคาร่ามือถือ

พลพรรคโลส บลังโกสฟอร์มสะดุด หลังทำได้แค่บุกไปเสมอลีเกีย วอร์ซอว์ 3-3 ยังไม่การันตีเข้ารอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

บาคาร่ามือถือ เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดที่ 4 เกมนี้ลงเล่นในสนามปิดที่ไม่มีผู้ชมเนื่องจากแฟนบอลเจ้าบ้านก่อเหตุวุ่นวายในเกมนัดแรกที่เปิดบ้านพบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ผู้รักษาประตูใช้ อาร์คาดิอุสซ์ มาลาร์ซ แนวรับได้ มิชาล พาซดาน กองหลังตัวหลักกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับตัวหลักอย่าง ธีโบต์ มูแลง, กีเยร์เม, มิโรสลาฟ ราโดวิช, วาดิส โอจิจา-โอโฟเอ้ และเนมานยา นิโกลิช ที่พร้อมลงสนาม

ทางฝั่งทีมเยือนมาในระบบ 4-4-2 มีปัญหาในแนวรับพอสมควร เคยเลอร์ นาบาส เป็นผู้รักษาประตู คู่กองหลัง ราฟาเอล วาราน จับคู่กับ นาโช เฟร์นานเดช แบ็คซ้ายได้ ฟาบิโอ โคเอนเทรา กลับมาลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2015 หลังจากฤดูกาลก่อนถูกยืมตัวไปเล่นกับ โมนาโก แดนกลาง โทนี โครส จับคู่กับ มัตเตโอ โควาซิช แนวรุกริมเส้น แกเร็ธ เบล และ คริสเตียโน โรนัลโด้ คู่กองหน้า คาริม เบนเซมา และ อัลบาโร โมราต้า

ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีแรก จากจังหวะที่ ฟาบิโอ โคเอนเทรา โยนบอลจากริมเส้นเข้ามาให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ โหม่งเช็ดไปให้ แกเร็ธ เบล ที่ยืนอยู่หน้ากรอบเขตโทษวอลเลย์ด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมมุมบนอย่างสวยงาม เรอัล มาดริดออกนำ 1-0 และทำสถิติเป็นลูกยิงที่เร็วที่สุดตลอดกาลในแชมเปี้ยนส์ ลีกของเรอัล มาดริดที่ 57 วินาทีอีกด้วย

โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนนาทีที่ 24 จากลูกเตะมุมของ โทนี โครส เข้ามา แกเร็ธ เบล ได้เทคตัวขึ้นโหม่งบอลไปติดเซฟ อาร์คาดิอุสซ์ มาลาร์ซ และถูกกองหลัง ลีเกีย วอร์ซอว์ สกัดออกมาได้

เรอัล มาดริดได้ประตูที่สองในนาทีที่ 35 จากการประสานงานของ มัตเตโอ โควาซิช พลิกบอลหลบผู้เล่น ลีเกีย วอร์ซอว์ ก่อนแทงทะลุช่องให้ แกเร็ธ เบล ที่วิ่งสอดเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนปาดเข้ากลางให้ คาริม เบนเซมา ได้ยิงเสียบเสาแรกเข้าไป สกอร์ขยับเป็น 2-0

เจ้าบ้านได้ประตูไล่มาในนาทีที่ 40 จากจังหวะที่ กีเยร์เม เลี้ยงจี้กองหลังก่อนไหลให้ วาดิส โอชิชา-โอโฟเอ้ เลี้ยงแหวกแนวรับ เรอัล มาดริด แล้วได้สับไฟยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมบนเสาสองอย่างสวยงาม ลีเกีย วอร์ซอว์ ไล่มา 1-2