Princess Crown จัดจอยักษ์ลานเดอะสตรีทรองรับแฟนชมช้างศึก

Princess Crown

ข่าวดีสำหรับแฟนบอลที่พลาดตั๋วเข้าชมเกมช้างศึกชนซาอุดิอาระเบีย สามารถมาร่วมแสดงพลังกันอย่างพร้อมเพรียงได้ที่ลานหน้าห้าง เดอะ สตรีท รัชดา

Princess Crown จากกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนบอลช้างศึก ในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ซาอุดิอาระเบีย โดยคาดว่าบัตรเข้าชมเกมจะถูกจำหน่ายหมดทุกที่นั่ง

ทำให้มีการจัดกิจกรรม “Thailand Fan Fest” ตั้งจอยักษ์บริเวณลานหน้าห้าง เดอะ สตรีท รัชดา เพื่อรองรับแฟนบอลที่ต้องการเชียร์และชมการถ่ายทอดสด ผ่านจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ อย่างเต็มอรรถรส ภายใต้การสนับสนุนจาก โตโยต้า และ ช่อง 7

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมต่างๆ ซึ่งแฟนบอลที่พลาดซื้อบัตรเข้าชมเกมนัดดังกล่าว ที่สนามราชมังคลากีฬาฯ สามารถมาร่วมเชียร์ช้างศึกกันที่งาน Thailand Fan Fest บริเวณลานหน้าเดอะ สตรีท รัชดา วันที่ 23 มีนาคม 2560 ได้ฟรี โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00น. เป็นต้นไป และคิกออฟการแข่งขันเวลา 19.00น.

Princess Crown ป็อกบาเบิ้ลพาผีอัดเฟเนร์ฯสบาย 4-1

Princess Crown

ดาวเตะค่าตัวสถิติโลก ทำสองประตูจากจุดโทษและการยิงไกล พาปีศาจแดงปูพรมถล่มทีมจากตุรกีของคนคุ้นเคยอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี ไปแบบขาดลอย

Princess Crown โชเซ มูรินโญ กุนซือเจ้าบ้าน เปลี่ยนนักเตะจากเกมแดงเดือดเมื่อคืนวันจันทร์ที่บุกเสมอลิเวอร์พูล 0-0 มากถึง 7 ราย นำโดยกัปตันทีมอย่าง เวย์น รูนีย์ ที่คัมแบ็คกลับมาเป็นตัวจริงคอยประสานงานในแนวรุกร่วมกับ เจสเซ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า และ อ็องโตนี มาร์กซิยาล

ด้านทีมเยือนของ ดิค อัดโวคาต นำทัพมาโดยอดีตดาวยิงคนดังของปีศาจแดงอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี ซึ่งจะได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง โดยจะยืนเป็นหน้าเป้าคอยทำเกมรุกร่วมกับ อัลเปอร์ โปตุค และ วอลคาน เซน

เริ่มเกมมาเป็นยูไนเต็ดที่ครองบอลบุกได้มากกว่าแบบชัดเจน จนกระทั่งนาทีที่ 31 ก็มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ซิมง เคียร์ ไปเจตนาเหนี่ยวรั้ง มาต้า จนล้มลงไป ก่อนจะเป็น ปอล ป็อกบา รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ส่งให้ปีศาจแดงออกนำ 1-0

ถัดมาแค่ 3 นาทีเท่านั้น แชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ 20 สมัย ก็มาได้จุดโทษอีกครั้ง จากจังหวะที่ เซเนอร์ ออซเบย์รัคลี ไปเสียบสกัดใส่ มาร์กซิยาล จนล้มลงไป และก็เป็นแนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเองเข้าไปไม่พลาดเข่นกัน ช่วยให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0

ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 ยูไนเต็ด ยังมาได้ประตูที่สามเพิ่มเติมอีก จากจังหวะที่ ลินการ์ด ไหลบอลจากหน้ากรอบเขตทษย้อนมาแถวสองให้ ป็อกบา ซัดด้วยขวาเน้นๆเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด ทำให้จบครึ่งแรกเป็นปีศาจแดงที่นำห่างถึง 3-0

เข้าสู่ครึ่งหลังทั้งสองทีมมีการเริ่มเปลี่ยนตัวสำรองกันฝั่งละคน โดยเจ้าบ้านส่ง มาร์กอส โรโฆ ลงมาแทน คริส สมอลลิง ส่วนเฟเนร์บาห์เช ก็ถอดเอา เคียร์ ที่ก่อความผิดพลาดบ่อยครั้งออกไปแล้วส่งกองหน้าอย่าง เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ลงมาเล่นแทน

อย่างไรก็ตาม ปีศาจแดงยังมาบวกลูกสี่เพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 48 จากจังหวะที่ ป็อกบา จ่ายบอลจากกราบซ้ายให้ รูนีย์ เบิ้ลต่อให้ ลินการ์ด ยิงด้วยขวาเต็มข้อส่งบอลเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบคม ช่วยให้อดีตแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์ 3 สมัย ทิ้งห่างแบบหายห่วงถึง 4-0

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 83 เฟเนร์บาห์เชมาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ เอเมนิเก้ เปิดบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาเข้ากลางให้ ฟาน เพอร์ซี วิ่งโฉบมาแปจ่อๆด้วยขวาเข้าไป ถือเป็นการยิงทีมเก่าของเจ้าตัวด้วย ทำให้สโมสรจากแดนไก่งวงไล่มาห่างๆ 1-4

หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติม ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ถล่มเอาชนะไปได้แบบไร้ปัญหา 4-1 เก็บเพิ่มเป็น 6 แต้ม เท่ากับทีมร่วมกลุ่มเออย่างเฟเยนูร์ด โดยมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่าแต่เฮดทูเฮดเป็นรอง ส่วนเฟเนร์บาห์เชมี 4 คะแนนเท่าเดิม